วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สุดอึด! ชายเคราะห์ร้าย โดนรถทับ 3 ครั้ง ยังไม่ตาย

เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมือง'คุณชาน' มณฑล 'เจียงซู' ทางตะวันออกของ 'จีน'ได้เผยภาพจากกล้องวงจรปิด ขณะชายวัยกลางคนหนึ่ง กำลังพยายามข้ามถนนอยู่  ท่ามกลางถนนที่มีรถวิ่งไปมาเป็นจำนวนมาก
จากนั้นมีรถยนต์คันหนึ่งวิ่งเข้าไปเฉี่ยวชนชายดังกล่าว จนหกล้มลง จากนั้นไม่นาน ก็มีรถยนต์อีกคันหนึ่ง ซึ่งขับมาด้วยความเร็ว ทับซ้ำเข้าไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ซึ่งผู้เห็นเหตุการณ์ จึงรีบเข้าช่วยเหลือ เพราะเกรงจะถูกรถชนซ้ำอีก ซึ่งขณะกำลังคิดว่าจะช่วยเหลือชายผู้บาดเจ็บ
อย่างไรก็ดี ก็มีรถยนต์อีกคันหนึ่ง เกือบจะชนชายคนดังกล่าวอีก แต่หยุดรถได้ทัน ขณะที่รถคันหลังที่วิ่งตามมากลับเบรคไม่ทัน และพุ่งชนคันหน้าอย่างแรง ทำให้รถไถลไปทับชายที่บาดเจ็บอีกเป็นรอบที่ 3 อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ ชายคนดังกล่าว ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากกระดูกขา และซี่โครงหัก แต่หลังเข้ารับการรักษาตัวมีอาการดีขึ้นแล้ว
                                 
ที่มา: http://news.bugaboo.tv/watch/155310?link=2

ฮือฮา! ภาพถ่ายติด’เทวดา’ส่งวิญญาณ


ญาติถ่ายกับกล้องมือถือ ตกใจมีหน้าผู้ชายคล้ายเทวดาลอยโผล่อยู่ข้างโลงศพ ยันไม่มีการตกแต่งภาพ ขณะที่ชาวบ้านเชื่อเทวดามาร่วมงาน เพราะสมัยที่คนตายมีชีวิตอยู่เป็นคนดี มีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่นเสมอมา นักข่าวเผยอาจเกิดจากมุมในการถ่ายภาพก็ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาว จ.นครศรีธรีรมราช ต่างฮือฮาภาพถ่ายภาพติดวิญญาณ หรือภาพถ่ายติดเทวดา ซึ่งเป็นภาพภายในศาลาสวดพระอภิธรรมศพของนายแนบ ด้วงฤทธิ์ อายุ 87 ปี ที่วัดท่าไทร หมู่ 2 ต.หินตก อ.ร่อนพิบูลย์ ขณะที่มีญาติ ๆ และลูกหลานมาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาและได้ถ่ายภาพร่วมกัน ภายหลังนำภาพดังกล่าวมาดู ปรากฏว่ามีภาพใบหน้าบุคคลถึงลำคออยู่ข้างโลงบรรจุศพด้านซ้ายของภาพ สร้างความแปลกใจเป็นอย่างมาก
น.ส.พนิพร ด้วงฤทธิ์ อายุ 24 ปี หลานสาวนายแนบ เปิดเผยว่า ตนได้ใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพเหล่านี้เอง ประหลาดใจอย่างมากตอนที่เห็น อย่างไรก็ตามไปตรวจสอบภาพจากกล้องถ่ายภาพ และกล้องโทรศัพท์ของคนอื่น ๆ ก็ไม่ปรากฏภาพใบหน้าดังกล่าวปรากฏให้เห็น แม้จะถ่ายในมุมเดียวกันก็ตาม ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้ตกแต่งหรือทำภาพแต่อย่างใด อยู่ ๆ มันก็มีภาพหน้าผู้ชายคล้ายเทวดาออกมาเอง
ในขณะที่ชาวบ้านต่างคุย และบอกต่อ ๆ กันถึงปรากฏการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้นในงานศพ ส่วนใหญ่จะเชื่อว่ามีเทวดามาร่วมงาน เพราะสมัยที่นายแนบมีชีวิตอยู่นั้นเป็นคนดี มีน้ำใจให้การช่วยเหลือคนอื่นเสมอมา ส่วนลูกหลานและญาติ ๆ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี และจะยึดแนวทางการดำเนินชีวิตเป็นแบบอย่างต่อไป
อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบเบื้องต้นของผู้สื่อข่าวพบว่า น่าจะเกิดจากทิศทางในการถ่ายภาพ เพราะจุดที่ตั้งโลงศพบริเวณดังกล่าว หากมองจากด้านหน้าจะมีชื่อผู้ตายเขียนเป็นตัวหนังสือสีดำในวงกลม อยู่ตรงกลาง ส่วนมุมกล้องที่มีผู้ถ่ายมาได้ เป็นด้านข้าง จึงอาจเกิดภาพซ้อน ทำให้ตัวหนังสือบนโลงศพดูเหมือนหน้าคนก็เป็นได้

วันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

อึ้ง! “มัจจุราชรสหวาน” ในเครื่องดื่มยอดนิยมที่คุณต้องเคยเสพ

อึ้ง! “มัจจุราชรสหวาน” ในเครื่องดื่มยอดนิยมที่คุณต้องเคยเสพ
        “6 ช้อนชาต่อวัน” คืออัตราสูงสุดที่ร่างกายคนเราควรบริโภคน้ำตาล ถ้ามากไปกว่านี้ องค์การอนามัยโลกบอกเลยว่าจะมีแต่สั่งสมความตาย-บ่มเพาะโรคให้กับตัวเอง แต่เมื่อผู้วิจัยจับเครื่องดื่มยอดนิยมตามท้องตลาดมาตรวจปริมาณน้ำตาล กลับพบว่าเกินอัตราที่ควรดื่มเกือบทุกขวดทุกกล่องทุกยี่ห้อ และนี่คือรายชื่อเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเกินขอบเขต       

              ดื่มกันเข้าไป! รู้บ้างไหม “มัจจุราช” รออยู่        
       
(ขอบคุณข้อมูลการวิจัยจากคอลัมนิสต์สุขภาพชื่อดัง 'ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์')
       
               อึ้งกันไปเลยล่ะสิ! สำหรับคอรสหวานที่ชอบดื่มเครื่องดื่มนู่นนั่นนี่ตามท้องตลาดอยู่เป็นประจำ แน่ใจได้เลยว่ายี่ห้อที่ปรากฏอยู่ในตาราง “ผลสำรวจน้ำตาลในเครื่องดื่มยอดนิยม (ไม่ควรบริโภคน้ำตาลเกินวันละ 6 ช้อนชา)” จะต้องเคยผ่านการลิ้มลองรสของคุณมาบ้างแล้วไม่มากก็น้อย และที่ทำให้อึ้งยิ่งกว่าคือข้อมูลเหล่านี้มาจากแฟนเพจ “ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์” คอลัมนิสต์ชื่อดังผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ ซ้ำยังระบุไว้ในคำบรรยายภาพเอาไว้อีกว่า               “องค์การอนามัยโลกแนะนำว่า ไม่ควรบริโภคน้ำตาลจากอาหารทุกชนิดเกิน 6 ช้อนชาต่อวัน ภาพด้านล่างนี้แสดงจำนวนน้ำตาลในเครื่องดื่มแต่ละชนิด”               เพื่อให้เห็นอันตรายจาก “มัจจุราชรสหวาน” เหล่านี้ชัดมากขึ้นไปอีก อาจารย์ปานเทพยังได้โพสต์ภาพน้ำตาลที่ห้อยติดอยู่กับเครื่องดื่มชนิดนั้นๆ พร้อมระบุปริมาณช้อนชาเขียนแปะเอาไว้ให้เห็นกันจะจะว่า นี่แหละคือปริมาณน้ำตาลที่ร่างกายผู้บริโภคอย่างเราๆ จะได้รับถ้าริจะเสพติดเครื่องดื่มรสหวานเหล่านี้              
       
(ห้อยถุงน้ำตาล ให้เห็นปริมาณกันจะจะไปเลย!)
               “ดื่มแค่นี้ ไม่ถึงตายหรอกน่า...” ผู้บริโภคผู้นิยมตามใจปากบางรายอาจจะยังมีความคิดแบบนี้อยู่ จึงอยากบอกว่าขอให้ลบความคิดเหล่านี้ทิ้งไปได้เลย เพราะความหวานที่เห็นๆ กันอยู่นี้มันสั่งสมความตายได้มากกว่าที่คาดคิด               “เครื่องดื่มผสมน้ำตาลส่งผลทำให้คุณภาพอสุจิแย่ลง” นี่คือผลการวิจัยจากจากมหาวิทยาลัยฮาวาร์ด ศึกษาผู้ชายวัย 18-22 ปี จำนวน 189 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดื่มเครื่องดื่มใส่น้ำตาลเป็นปริมาณมาก (รวมถึงเครื่องดื่มหลังเล่นกีฬาซึ่งนับเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของเครื่องดื่มใส่น้ำตาลทั้งหมดด้วย) พบว่าการดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลมากๆ มีผลต่อการเคลื่อนที่ของสเปิร์ม ทำให้เคลื่อนตัวได้ช้าลง ถึงแม้ว่าการดื่มน้ำหวานมากๆ จะไม่มีผลต่อความเข้มข้นของอสุจิ รูปร่างของสุจิหรือปริมาตรน้ำเชื้อก็ตามที               ในประเทศไทยเองก็มีตัวอย่างอันตรายจากน้ำตาลให้เห็นกันอยู่เสมอๆ โดยเฉพาะในเด็กไทย พบว่ามีสถิติอ้วนลงพุงเพิ่มมากขึ้นติดอันดับโลกในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา เพราะมีพฤติกรรมเสพติดความหวานจากเครื่องดื่มและขนมหวาน ส่งให้เด็กไทยที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่าตัวและนี่คือบทวิเคราะห์จากอาจารย์ปานเทพ               “องค์การอนามัยโลกเห็นว่าโรคเบาหวานกลายเป็นภัยอันตรายที่กำลังเพิ่มมากขึ้น อย่างรวดเร็ว ดังนั้นองค์การอนามัยโลกจึงแนะนำให้คนรับประทานน้ำตาลเพียงวันละ 6 ช้อนชาเท่านั้น แต่การบริโภคของคนไทยที่ติดน้ำอัดลม หรือน้ำชาที่ใส่น้ำตาล เพียงแค่ขวดเดียวก็เกินกว่า 6 ช้อนชาโดยส่วนใหญ่อยู่แล้ว ยังไม่นับว่าในแต่ละวันคนไทยก็บริโภคคาร์โบไฮเดรต ขนมหวาน ที่ทำให้เราบริโภคหวานมากเกินไป               ความหวานที่เกินพอดีนี้เองที่ทำให้เราเจ็บป่วยง่ายขึ้น ร่าง กายเป็นกรดเกิน และทำให้หลอดเลือดได้รับการบาดเจ็บ ทำให้ไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น ไขมันตามหลอดเลือดมากขึ้น ไขมันพอกตับมากขึ้น ภูมิคุ้มกันลดลง ทำให้เกิดโรคภูมิแพ้มากขึ้น ทำให้เป็นโรคอ้วน ฯลฯ อาจกล่าวได้ว่าสารพัดโรคในยุคนี้ 'การบริโภคน้ำตาลเกิน' คือปัญหาที่สำคัญของคนในยุคนี้”        

              เสพติดน้ำตาล เสพรสหวาน เสพความตาย!!?        ยิ่งอากาศร้อนๆ ยิ่งอยากดื่ม... อาการแบบนี้นี่แหละที่เรียกว่า “เสพติด” และเมื่อเสพติดน้ำตาลแล้วก็ใช่ว่าจะเลิกได้ง่ายๆ “เพราะแม้แต่ผลการศึกษาของวิทยาลัย คอนเน็กติกัต แห่งสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้เผยแพร่รายงานในเว็บไซต์ของวิทยาลัยเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2556 พบการทดลองในหนูทดลองในการบริโภคน้ำตาลสูงผ่านขนมโอรีโอ พบ ว่าหนูมีความพึงพอใจในการเสพติดขนมหวานอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับการเสพติด โคเคน หรือมอร์ฟีน และยังพบว่าทำให้กระตุ้นประสาทในส่วนของความพึงพอใจในสมองนั้นยิ่งกว่าการ เสพยา              
        การทดลองครั้งนี้ไม่ได้เป็นครั้งแรก แต่การศึกษาในเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นมาแล้วหลายๆครั้งในรอบ 15 ปีที่ผ่านมา ก็ได้ผลใกล้เคียงกันคือหนูทดลองหากเลิกเสพน้ำตาลจะมีอาการเสี้ยนยา อยากยา หรือคล้ายๆอาการลงแดง และสามารถบำบัดรักษาได้ด้วยยาที่ใช้สำหรับบำบัดผู้ป่วยยาเสพติด               ดังนั้นหากท่านใดที่คิดว่าจะเลิกน้ำอัดลม เลิกน้ำหวาน อย่าคิดว่าจะเลิกได้ง่ายๆ ถ้าจิตใจมีความเข้มแข็งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความโชคดี แต่ถ้าถลำลึกในการเสพติดการบริโภคน้ำตาลแล้ว ก็ต้องขอให้ ทุกคนได้เข้าใจ และให้กำลังใจในการเลิกเสพติดน้ำตาลเหล่านั้น เพราะผู้ผลิตน้ำอัดลม และน้ำหวาน ต่างก็แข่งกันหวานเพื่อให้ผู้บริโภคเสพติดผลิตภัณฑ์ของตัวเองเท่านั้น               ความหวานจากน้ำตาลนั้นอาจแฝงอยู่ในอาหารหลายชนิดที่เราบริโภคไปโดยไม่รู้ตัว และสำหรับใครหลายคนการหักดิบในการลดแป้งและงดน้ำตาลทุกชนิด อาจทำได้ในเพียงระยะสั้นๆเท่านั้น แต่ไม่สามารถจะเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาวได้ ซึ่งอาจทำให้เราพ่ายแพ้กับการต่อสู้จิตใจในการักษาสุขภาพกับการเสพติดน้ำตาลได้              
               ไม่ใช่เพียงเพราะการเสพติดทางสมองของน้ำตาลเท่านั้น แต่ความยากในการเลิกเสพติดน้ำตาลอยู่ที่ทุกครั้งที่เรามีความโหยน้ำตาล จะทำให้เราเร่งกินคาร์โบไฮเดรตหรือน้ำตาลมากขึ้น เพื่อชดเชยความโหยนั้น หลังจากนั้นตับอ่อนก็จะผลิตอินซูลินออกมาเพื่อนำน้ำตาลไปเลี้ยงเซลล์ในร่าง กาย เมื่อน้ำตาลเข้าไปในเซลล์แล้ว ก็จะทำให้น้ำตาลในกระแสเลือดตกลงจนอาจเข้าสู่อันตราย ทำให้เราโหยน้ำตาลอีกวนไปวนมา สุดท้าย คนเสพติดน้ำตาลจึงเลิกไม่ได้เสียที               ดังนั้นการเลิกน้ำตาลจึงต้องเริ่มต้นที่การเยียวยาทางความรู้สึกของสมอง และหาหนทางที่ทำให้อินซูลินไม่เร่งผลิตออกมามากเกินไปให้เราเกิดภาวะน้ำตาล ตกเพื่อไปโหยแป้งและน้ำตาล ทำให้เราลดการกินหวานและแป้งไม่ได้ เพราะน้ำตาลเป็นรางวัลและอาหารให้กับสมอง ยิ่งกินมากก็ยิ่งเสพติดน้ำตาลมาก แม้แต่ให้ลดน้ำตาลแต่ถ้ายังทานแป้งหรือข้าวขาวมาก เราก็จะอยู่ในวังวนอยู่กับการเสพติดน้ำตาลต่อไปไม่จบสิ้น”       
ที่มา: http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9570000137377

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ฮากร๊ากก!! ‘แจ๊ค แฟนฉัน’ โดนแฉ! ภาพแก้ผ้าขยำเต้า! โชว์ ‘เต๋อ ฉันทวิชช์’


ขำกร๊ากก!! “แจ๊ค แฟนฉัน” อารมณ์เปลี่ยว ลุกแก้ผ้า ขยำเต้าโชว์ “เต๋อ ฉันทวิชช์” ผ่านโซเชียลฯ
เล่นจนได้เรื่อง สำหรับนักแสดงอารมณ์ดี “แจ๊ค เฉลิมพล” หรือ “แจ๊ค แฟนฉัน” ที่ไม่รู้ว่าเกิดอารมณ์เปลี่ยว หรือนึกครึ้มอะไร จู่ๆถึงลุกขึ้นมาแก้ผ้าขยำหน้าอกโชว์ นักแสดงหนุ่ม “เต๋อ ฉันทวิชช์” ผ่านทาง line call งานนี้เลยเจอหนุ่มเต๋อดัดหลัง จัดแคปเจอร์ภาพตุ้ยนุ้ยแฉกันจะๆในอินสตาแกรม (terchantavit) พร้อมข้อความระบุว่า “ถ้ามึงแก้ผ้าอยู่ ก็ไม่ต้อง line call มา!! ไปโทรหา @sunny_suwanmethanont นู่นนน” พาเอาหนุ่ม “ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์” ต้องรีบออกมาร่วมวงแฉด้วยอีกราย กลายเป็นเรื่องโจ๊ก สร้างอารมณ์ขันให้กับผู้ติดตามอินสตาแกรมของพวกเขาได้หายเครียดกันเป็นปลิดทิ้งเลยทีเดียว!

18+ โพสต์ รูปภาพและวิดีโอ โอ้แม่เจ้า ! น้องมันแกว เปิดจุกโชว์ครั้งแรก ชมพูเชียว

น้องมันแกว นมคุณธรรม เธอกลับมาอีกแล้ว ครั้งนี้เธอเปิดเต้าโชว์ให้ชมกันเลยทีเดียว กับการจุกโชว์ครั้งแรกของเธอ ชมพูกันเลยทีเดียวเชียว... ขอบคุณภาพจาก : facebook.com : @munkaw.chaos





พร้อมดูกันหรือยัง





ชายใดเป็นโรคหัวใจ กรุณาพิจารณาก่อนดู




เลื่อนลงมาอีกๆ




น้องมันแกวพร้อมจะโขว์แล้ว

VVVVV

VVV

V







ที่มา: http://world.kapook.com/pin/5470031838217a4e17000000

หยุด ! การทำแท้ง บาปจากการทำแท้งเป็นอย่างไรมาดูกัน



สำหรับผู้ที่มีอุปสรรคในเรื่องการตั้งครรภ์ คือตั้งครรภ์แล้วไม่สามารถที่จะเลี้ยงลูกน้อยในครรภ์ได้ จึงไปทำแท้งนั้น ถือว่าเป็นบาปอย่างมหันต์ไม่ว่าสาเหตุจะมาจากอะไรก็ตาม ถือเป็นการตัดชีวิตคนๆนึงเลยทีเดียว
ผลแห่งกรรมจึงค่อนข้างหนัก เชื่อกันว่า ผู้ที่ไปทำแท้งเอาลูกออกจะตกต่ำย่ำแย่ มีแต่เรื่องทุกข์ร้อนหรือไม่ก็จะพบกับช่วงชีวิตที่ลำบาก ไม่อาจเจริญรุ่งเรืองได้ซักพักแต่ก็จะเหมือนมีอะไรมาถ่วงอยู่ และจะล้มๆ ลุกๆ เพราะเด็กที่เค้าจะเกิดมาเค้าจะคิดว่าเค้าถ้าเค้าไม่ได้เกิดเราก็ไม่ควรที่จะได้เกิดดังนั้น ทั้งชายและหญิง (ไม่ใช่แต่ฝ่ายหญิงเท่านั้น) หากคุณเคยได้ทำบาปกับชีวิตน้อยๆ ที่เป็นลูกของคุณเอง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ขอให้เร่งรีบทำบุญสะเดาะเคราะห์อย่างเคร่งครัดจริงจัง 
แต่การที่เราทำบุญนั้นไม่ใ่ช่สิ่งที่จะนำพาเราไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองนะครับ.....แต่นั้นเป็นการแสดงให้เห็นถึงความสำนึกผิดชอบของตัวเราที่ได้ทำสิ่งที่นี้ลงไป และ เป็นการขออโหสิกรรมจากเด็กที่คุณได้ทำลายเขา แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่่เราทำลงไปไม่ได้หมายความว่าจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น เพราะในแต่ล่ะคนก็ต้องเผชิญกับวิบากกรรมของตนเองต่อไป

วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ไอ้ด่างคลองบางมุด จระเข้ที่กินคนมากที่สุดในไทย!!

พ.ศ. ๒๔๙๘ - ๒๕๐๗ ชาวบ้านในอ.หลังสวน จ.ชุมพรเเทบไม่กล้าสัญจรทางน้ำกัีนเลยเพราะมีจระเข้ยักษ์ดักทำร้าย กิน คนหาปลา ชาวบ้าน เด็ก ล้วนตกเป็นเหยื่อ... จากคำบอกเล่าของชาวบ้าน จระเข้ตัวนี้มีขนาดใหญ่มากและดุร้ายถึงขั้นไล่กัดผู้คนที่สัญจรไปมา ไล่กัดกระทั่งคนที่ยืนอยู่บนฝั่งจนชาวบ้านไม่กล้าพายเรือหรือเดินเลาะริมตลิ่ง ไอ้ดางบางมุด เป็นจระเข้พันธุ์ “ไอ้เคี่ยม” ซึ่งเป็นจระเข้ตีนเป็ด หรือพันธุ์ทองหลาง ตัวดำเมื่อมสนิท มีสีขาวที่คอและตามตัวเวลามันโผล่ลอยตัวขึ้นมาเหนือน้ำนั้นจะมองเห็นสีขาวพาดที่บริเวณคอมีผู้คนนับไม่ถ้วนตกเป็นเหยื่อของมันสภาพคลองบางมุดในสมัยนั้น สองข้างทางมีป่าโกงกางสลับด้วยป่าจากเป็นระยะตอนบนของคลองแคบ แต่น้ำลึกไม่ต่ำกว่า ๖ เมตร บางแห่งเช่นทางโค้ง จะมีวังน้ำลึกซึ่งมีจระเข้อาศัยอยู่ชุกชุมการล่ามันทำได้ยากเพราะมันเป็นจระเข้ที่ฉลาดมากและเเม่น้ำเป็นเเม่น้ำที่ยาวเเละกว้างจนทางการต้องลงมาล่าเองโดยเป็นการสนธิกำลังกันระหว่างตำรวจ - ทหาร - ชาวบ้านอาสาสมัครใช้เรือกว่าร้อยลำ ในการไล่ล่า
 ท่ามกลางมรสุม และพายุดีเปรสชั่นในอ่าวไทยที่โหมทั้งฝนและลม ทำให้น้ำท่วมในเขตชุมพรและภาคใต้ขณะนี้ ข่าวร้ายได้เกิดขึ้นในคลองบางมุด อำเภอสวน กลายเป็นดินแดนแห่งจระเข้ยักษ์อีกครั้ง“ไอ้ด่าง” ได้อาละวาดลอยขึ้นมากันกินคนอีกในคลองเขาปีบ เขตติดต่อระหว่างอำเภอหลังสวนกับอำเภอสวีทำให้มีคนมากมายกลายเป็นเหยื่อของมันในช่วงนั้นนายช้วน พิมาน บ้านอยู่ริมคลองเขาปีบ ได้ออกจากบ้านไปตัดกล้วยมาเลี้ยงหมู ในขากลับนั้น นายช้วนแบกต้นกล้วยเดินข้ามคลองเขาปีบ เดินผ่านน้ำที่กำลังขึ้นท่วมสะพาน ลึกถึงเข่า จระเข้ยักษ์ซึ่งซุ่มตัวอยู่พุ่กัดเข้าตรงเข่านายช้วนแล้วลากลงใต้น้ำทันทีขณะที่คณะล่าจระเข้ไปถึงได้พบว่า ชาวบ้านประมาณ ๑๐๐ กว่าคน พร้อมด้วยอาวุธปืนและฉมวกกำลังค้นหาจระเข้ยักษ์กับศพนายช้วน ตีแนวขนานทั้ง 2 ฝั่งคลองเขาปีบอย่างชุลมุน ซึ่งในที่สุดได้ค้นพบศพนายช้วนอยู่ใต้รากไม้ริมตลิ่ง ถูกไอ้ด่างจระเข้ยักษ์ลากไปขัดไว้และไม่มีทางที่จะดึงออกมาได้ ต้องให้นักประดาน้ำดำลงไปใช้เชือกผูกศพแล้วใช้คนกว่า ๒๐ คนดึงอยู่พักใหญ่จึงลากศพนายช้วนมาได้ปรากฏว่าศพนายช้วนไม่มีส่วนใดเหลือเป็นชิ้นดีให้เห็นเลยเพราะถูกจระเข้กัดกินด้วยความหิวกระหายทุกคนได้แต่สังเวชและอนาถใจไปตาม ๆ กัน
 จากแหล่งที่พบศพของนายช้วนนั้นเอง คณะนักล่ากับชาวบ้านจึงรู้ว่า เป็นบริเวณแอ่งน้ำลึกหรือวังจระเข้เก่าที่ “ไอ้ด่าง” จระเข้ยักษ์ใช้เป็นที่หลบซ่อนพอรู้แหล่งซ่อนของจระเข้ยักษ์ คณะนักล่าแห่งค่ายทหารบกชุมพรได้ให้ชาวบ้านทุกคนหลบซุ่มอยู่บนตลิ่งแล้วใช้ระเบิดซี .3 หย่อนลงไปในบริเวณวังจระเข้ยักษ์ ๓ นัด เสียงระเบิดดังก้องสนั่นหวั่นไหว
 ตัวไอ้ด่างลอยกระเพื่อมตามกระแสน้ำ บอกให้รู้ถึงการสิ้นอิทธิฤทธิ์ของ “ไอ้ด่าง” จระเข้ยักษ์แล้วทันใดนั้น ส.อ. จำนงได้ใช้ฉมวกพุ่งลงไปกลางส่วนหลังของไอ้ด่าง ซึ่งทำให้มันดิ้นพลิกขึ้นมาให้เห็นทั้งตัวแต่มันไม่สามารถจะอาละวาดต่อไปได้อีกแล้ว เพราะกระดูกสันหลังของมันหักด้วยอำนาจของแรงระเบิดซี .๓ ชาวบ้านจึงช่วยกับเอาเชือกมัดพันธนาการตัว “ไอ้ด่าง” และลากจระเข้จอมเพชฌฆาตแห่งลำน้ำขึ้นมาบนตลิ่ง ซึ่งไอ้ด่างอยู่ในสภาพร่อแร่เต็มที่

 จากนั้นคณะล่าจระเข้ได้ใช้เชือกลากจระเข้ยักษ์จากคลองเขาปีบมุ่งไปยังตลาดอำเภอสวีแต่ระหว่างที่ลากมาในคลองนั้น “ไอ้ด่าง” ก็พลิกท้อง บอกถึงการจบชีวิตปิดฉากอันโหดเหี้ยมของมัน หลังผ่าท้องพบซากมนุษย์เป็นอันมากบ่งบอกถึงความเ...้ยโหดของมัน
 ซากของ'ไอ้ด่าง'ถูกซื้อขายกันในราคา ๗,๐๐๐ บาท ถูกนำไปให้คนในละแวกจังหวัดชุมพรและใกล้เคียงดู ผู้คนพากันแห่ไปดูนับหมื่นคนแม้ว่าจะมีการเก็บเงินค่าเข้าชมด้วยก็ตาม ซากของมันถูกซื้อขายต่อเปลี่ยนมือกันไปมาจนราคาพุ่งขึ้นไปถึง ๒๓,๐๐๐ บาท (สมัยนั้นถือว่าเยอะ)โดยซากไอ้ด่างถูกขายให้นายไห้ แซ่เซ็ง เป็นเจ้าของทำให้องค์การสวนสัตว์ชวดไปอย่างน่าเสียดาย

ดาราเกาหลี หลุดโชว์เนินน้องคาพรมแดง


          โอย ๆ หัวใจจะวายจริง ๆ เมื่อได้เห็นภาพของ ฮันเซอา (Han Se-Ah) ดาราสาวเกาหลีที่กำลังมีผลงานภาพยนตร์เรื่อง Affair (2014) โดยสาวเจ้าได้มาร่วมเดินพรมแดงในงาน The 51st Grand Bell Award ที่จัดขึ้นวานนี้ (21 พฤศจิกายน 2557) ตามรายงานจาก เว็บไซต์ดราม่าบีน           ความแซ่บไม่ได้อยู่ที่ชุดสีแดงแรงฤทธิ์พร้อมเชือกสีดำมัดโยงเป็นเงื่อนอย่างกับธีมหนังโป๊แนวซาดิสต์ แต่อยู่ที่น้องสาวซึ่งโปรยยิ้มหวานไปทั่วงานต่างหาก ก็ชุดแม่คุณแหวกกลางจนสั้นเหลือเกิน เว้าขึ้นไปถึงเป้า เลยเห็นเนินน้องสาวโผล่แพลมในทุกท่วงท่า จะเดินจะยืนมุมไหนก็แหวกหวิวสยิวใจจริงจริ๊ง... ดีนะที่เธอยังนุ่งกางเกงใน ไม่อย่างนั้นน้องสาวคงทำให้เธออับอายมากกว่านี้เป็นแน่
   
ที่มา: http://star.kapook.com/view105236.html ขอขอบคุณภาพประกอบจาก dramabeans.com , allkpop.com , hancinema.net

ผวา!! กุ๊กจีนดับ โดน "งูเห่า" กัด หลังจากตัดหัวเพื่อทำเป็นอาหารกว่า 20 นาที [คลิป]

พ่อครัวชาวจีนเสียชีวิตหลังจากถูกงูเห่ากัดเข้าที่มือ หลังจากตัดหัวมันแล้วกว่า 20 นาที เหยื่อรายนี้ชื่อว่า Peng Fang จากเมือง Guangdong ระหว่างที่กำลังเตรียมอาหาร โดยมีวัตถุดิบเป็นงูเห่าสายพันธุ์ Indochinese Spitting
 edit-27005-1408871786-3

ระหว่างที่กำลังจะโยนส่วนหัวของงูเห่าลงถังขยะ จู่ๆงูก็รู้สึกตัว ทั้งๆที่โดนตัดหัวไปแล้ว แล้วกัดเข้าที่มือของพ่อครัว เขาร้องเสียงดังมากจนพนักงานเข้ามาเห็น แต่กว่าหมอจะมาถึง เขาก็ได้เสียชีวิตไปแล้ว
ผู้เชี่ยวชาญทางด้านงูจากประเทศจีนกล่าวว่า “ถึงแม้ว่างูจะถูกตัดส่วนหัวออกไปแล้ว แต่ร่างกายมันก็ยังไม่ได้ตายสนิท มันยังคงมีความรู้สึกอยู่ ดังนั้นมันยังสามารถกัดหรือพ่นพิษได้อยู่หลังจากที่มันโดนตัดหัวไปแล้ว'
นี่คือคลิปจากการตัดหัวงู แต่มันก็ยังพ่นพิษได้อยู่ น่ากลัวจริงๆเลย